fbpx
//ซื้อบ้านควรเริ่มต้นยังไง

ซื้อบ้านควรเริ่มต้นยังไง

เมื่อวันที่ชีวิตต้องลงหลักปักฐานเริ่มสร้างความมั่นคงในชีวิตคุณจะเริ่มมองหาบ้านสักหลังเพื่อเป็นก้าวแรกในการความมั่นคงในอนาคต โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างซึ่งแต่ละคนก็จะมีปัจจัยและความต้องการแตกต่างกันไป บางคนอาจจะอยากได้คอนโดติดรถไฟฟ้าเพราะทำงานอยู่ในเมืองต้องการความสะดวกสบายเป็นหลัก ส่วนบางคนต้องการบ้านที่มีพื้นที่เพราะอยู่เป็นครอบครัวใหญ่หรือวางแผนว่าจะมีลูกในอนาคตการมองหาบ้านที่มีพื้นทีก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่คำถามที่แคชนาวพบว่าคนส่วนมากถามเข้ามาคือ ซื้อบ้านควรเริ่มต้นยังไง? 

1. ประเมินงบประมาณตัวเองเบื้องต้น

หัวใจสำคัญของการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยคือ “ความสามารถในการผ่อนชำระในแต่ละเดือน” เพราะภาระการผ่อนบ้านจะกลายเป็นรายจ่ายก่อนใหญ่ในแต่ละเดือนซึ่งทำใหเ้ราเป็นหนี้ระยะยาวถึง 20-30ปีจึงจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการรายจ่ายและการป้องกันความเสี่ยงแต่ละเดือนซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราสามารถผ่อนบ้านได้ตลอดรอดฝั่ง และการผ่อนบ้านที่เหมาะสมคือไม่ควรเกิน 30% ของรายได้เช่นถ้าเรามีรายได้ 30,000บาท ค่างวดในการผ่อนบ้านของเราไม่ควรเกิน  9,000-10,000 บาท เราต้องไม่ลืมว่าในแต่ละเดือนเราต้องมีรายจ่ายอื่นๆ นอกจากนี้เราควรเตรียมงบประมาณสำหรับเงินดาวน์และเงินสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นในอนาคตด้วยเช่นกัน

2. เตรียมเงินเพื่อค่าใช้จ่ายต่าง

การซื้อบ้านมันจะยังไม่จบที่แค่ค่าบ้านแน่นอน แต่มันจะตามมาด้วยค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกมากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้
ซึ่งมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น…

  • เงินดาวน์  สำหรับทุกคนที่ซื้อบ้านเงินดาวน์ถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะเป็นเครื่องยืนยันว่าเรานั้นมีึความสามารถในการบริหารจัดการเงินที่ดี ซึ่งเงินดาวน์ที่ดีึควรมีอย่างน้อย 20%ของราคาบ้าน หรือถ้าซื้อบ้านโครงการบางธนาคารอนุโลมเงินดาวน์ที่ 5%  (ซึ่งเรามีเทคนิคการเก็บเงินดาวน์มาแนะนำที่นี่)
  • ค่าโอนบ้านกรรมสิทธิ์     คิดเป็น 2% ของราคาประเมิน
  • ค่าจดจำนอง คิดเป็น 1% ของวงเงินกู้
  • ค่าประเมินหลักทรัพย์  ประมาณ 3,000 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์ ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้
  • ค่าประกัน คิดเป็น 0.35% ของราคาสิ่งปลูกสร้าง
  • ค่าตกแต่งบ้าน เตรียมเงินไว้ได้เลยที่ 10-15% ของมูลค่าบ้าน
  • อื่นๆ เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าติดตั้งมิเตอร์ เป็นต้น

3. กู้ธนาคารอย่างมีชั้นเชิง

หลังจากที่คุณได้ประเมินงบประมาณและหาข้อมูลการซื้อบ้านที่ต้องการแล้ว เรื่องที่จะช่วยให้ความฝันการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยเร็วขึ้นคือ การกู้ซื้อบ้าน คอนโด เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินก้อนโตที่จะซื้อด้วยเงินสดได้ฉนั้นข้อมูลและความรู้ที่คุณควรมีอีกเรื่องคือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และ การจัดการบริหารหนี้ (รีไฟแนนซ์) ของแต่ละธนาคาร ซึ่งโดยผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะแนะนำให้ขอระยะเวลากู้เต็มจำนวนประมาณ 30 ปีเพราะค่าผ่อนแต่ละงวดจะน้อยและเมื่อเรามีเงินมากขึ้นเราก็สามารถเอาเงินมาลดต้นจากก้อนหนี้ได้เพื่อให้เราผ่อนหมดได้ไวขึ้น และควรยื่นหลายธนาคารในเวลาเดียวเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา (ถ้าเป็นสินเชื่อประเภทอื่นไม่ควรทำเพราะจะส่งผลต่อประวัติเครดิตบูโร) ส่วนจะเลือกธนาคารไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและจริตของแต่ละบุคคล

4. เรื่องประกันที่ต้องซื้อ

ถ้าคุณซื้อบ้านจากโครงการหรือคอนโด เจ้าของโครงการจะจัดการรายละเอียดค่าใช้จ่ายในส่วนยิบย่อยตรงนี้ให้เช่น  ค่าโอนอสังหาฯ ค่าประกัน ค่าประกันอัคคีภัยแต่อีกค่าใช้จ่ายหนึ่งที่คุณควรพิจารณาคือประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ เพราะประกันตัวนี้จะช่วยเราในกรณีที่เรานั้นประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถชำระหนี้ได้เช่น พิการ หรือ เสียชีวิต ทรัพย์สินที่อยู่อาศัยนี้จะเป็นของคนในครอบครัวทันทีโดยทางบริษัทประกันจะเป็นคนรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงไปสักหน่อยแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าทีเดียวเพราะนอกจากจะคุ้มครองทรัพย์สินแล้วยังนำมาเป็นส่วนลดดอกเบี้ยในการผ่อนค่างวดในแต่ละเดือนได้อีกต่างหาก

การซื้อบ้านที่เปรียบเหมือนความฝันของใครหลายคนอาจมีความลำบากเพื่อไขว้คว้าฝันนั้นไว้ในมือมันอาจทำให้เราเหนื่อยเราท้อ แต่เชื่อเถอะครับว่าผลลัพท์ของความสำเร็จมันหอมหวลเสมอ แคชนาวเป็นกำลังใจให้ทุกความฝันของคุณเป็นจริง

หากคุณมีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมกี่ยวกับการขอสอนเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยหรือการขอสินเชื่อประเภทอื่นๆ เพราะเราจะช่วยให้ทุกการขอสินเชื่อของคุณเป็นเรื่องง่ายสนใจติดต่อเจ้าหน้าที่ของแคชนาวได้ที่นี่

Line ID: @Cahsnow แอดเลย

ไลน์ : @cashnow

โทร 02-908-9393

” แคชนาว เราช่วยให้ทุกการขอสินเชื่อ เป็นเรื่องง่าย “

Leave A Comment